แต่งกับผียังดีกว่าแก
 
 
 
 

บทที่ 1

 

“เด็กสองคนจะได้เกี่ยวดองกัน...” 

“ว้ายยยยยยยยยยยยย”

อภิชญาและอภิวัฒน์สะดุ้งโหยง

หากชายสูงวัยที่นั่งตรงข้ามเองก็เป็นเช่นกัน แต่คิดว่าคงด้วยคนละสาเหตุกับหนุ่มสาว

ชายผู้เป็นเจ้าของห้องปล่อยมือจากอภิชญาและอภิวัฒน์ ซึ่งยื่นมาให้ตนเองจับเอาไว้คนละข้าง ชายสูงวัยกว่าทั้งสองใช้นิ้วกลางกดนวดหูตัวเองเบา ๆ หลังจากหูอื้ออย่างปัจจุบันทันด่วน ด้วยเสียงร้องประสานกันของหญิงวัยกลางคนทั้งสองนั้นได้ทำร้าย และทำลายสมาธิเขาได้อย่างเบ็ดเสร็จ

ส่วนเพื่อนซี้สองคนพากันทอดถอนใจพร้อมเพรียงโดยมิได้นัดหมาย

หลังเสียงอุทาน ความเงียบเข้าปกคลุม จนกระทั่งได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาขยับ เสียง ติ๊ก...ติ๊ก... ของมันดูเนิ่นนาน และทรมานความรู้สึกของหนุ่มสาวที่นั่งมองหน้ากันและกันอย่างหมดอาลัยตายอย่างอย่างยิ่ง

ทั้งสองคนถูกแม่ ๆ หลอกลวง...ด้วยการนัดว่าจะพาไปเลี้ยงข้าวฉลองถูกหวยเลขท้ายสองตัวถึงห้าร้อยบาท ท้ายสุดก็มาจบที่บ้านทาวน์เฮาส์หลังหนึ่งย่านพรานนก มันอยู่ในซอยไม่ห่างจากถนนใหญ่นัก หน้าประตูเหล็กห้อยป้ายเขียนชัดเจนว่ารับดูดวง พร้อมมีอ่างน้ำพุและหินก้อนกลมหมุนไปมา เสริมฮวงจุ้ย ครบ ตามสูตร เว้นแต่แมวสามสีตัวเขื่อง ที่ยืนสองขาเกาะขอบอ่าง หมายใจจะตะปบปลาทองซึ่งแหวกว่ายไปมา

ทั้งสองคนรู้ในที่สุด ว่านี่คืออีกครั้งหนึ่ง ที่มารดาของพวกตนหลอกมาดูดวง

มาถึงจุดนั้นก็ทำอะไรไม่ได้เสียแล้ว...

“แล้วยังไงคะพ่อหมอ แล้วมีฤกษ์เมื่อไหร่คะ”

ชายผู้เป็นหมอดูเหมือนจะได้สติขึ้นมา หลังหญิงซึ่งซอยผมสั้นแค่ต้นคอเอ่ยอย่างกระตือรือร้น แม้อภิชญาจะใช้มือดึงแขนเสื้อเธอ หากอีกฝ่ายตีมือกลับด้วยความรำคาญ

“อย่ายุ่ง”

“แม่อ่า...” หญิงสาวบ่นอุบอิบ

“ใช่ค่ะพ่อหมอ อยากทราบฤกษ์แต่งงานที่เหมาะสมของเด็กสองคนนี้น่ะค่ะ”

หญิงสูงวัยอีกคนหันไปยิ้มให้กับอภิวัฒน์ พลางลูบปอยผมที่ไดร์จัดทรง และฉีดสเปรย์แข็ง โป่ง พอง บาง ราวใครเอาข้าวเกรียบว่าวมาดัดโค้งและพ่นสีดำ

“ใช่ไหมจ๊ะตาเอ...”

“ฮื่อ...”

“ฮะ !” เธอฟาดผัวะลงบนแขนลูกชาย จ้องเขม็งหวังให้แก้ไขคำพูดเสียใหม่

“ฮะ..” ชายหนุ่มรับคำอย่างเสียไม่ได้

“เรื่องฤกษ์อย่างนั้นรึ”

ผู้ที่ถูกขานว่าเป็นพ่อหมอพึมพำ ก่อนมุ่นคิ้ว เขาปล่อยมือหญิงสาวและชายหนุ่ม หันซ้ายขวาคล้ายหาอะไรบางอย่าง

อภิวัฒน์มองเหตุการณ์ตรงหน้าตาปริบๆ

เขาจำได้ว่าคนที่เป็นหมอดูในยุคก่อน หรือแต่โบร่ำโบราณนานมา เช่นพิเภก พญายักษ์ข้างกายพระราม ซึ่งทำหน้าที่เป็นโหราธิบดีคอยดูฤกษ์ดูยามให้กับทัพ มักมีกระดานชนวน กับชอล์คเป็นของคู่กาย เอาไว้ขีดคำนวณ พยากรณ์สิ่งต่างๆ แต่ทว่า...ตรงหน้าเขาแผกออกไป

“ฮ้า เจอแล้ว แหม...มันอันเล็กนิดเดียว”

พ่อหมอหยิบปากกาด้ามเล็กๆ ที่ใช้กับอุปกรณ์ดิจิทัล ซึ่งเรียกกันว่าสไตลัส (Stylus) ชึ้นมา ก่อนเปิดลิ้นชักหยิบไอแพดสีดำขึ้นมาวาง และก้มลงขีดอย่างรวดเร็วด้วยความชำนาญ

“ไอ้เอ ๆ ” อภิชญาตบต้นแขนเพื่อนซึ่งนั่งข้าง ๆ ก่อนกระซิบเบาๆ ระวังไม่ให้มารดาได้ยิน

“ชั้นว่ามันควรต้องเป็นแบบ...สมุด กระดานชนวน อะไรอย่างงั้นไม่ใช่เหรอวะ แล้วนี่ทำไม...”

“แซบมาก...” เขาตอบสั้น ๆ

ชายสูงวัยเงยหน้าขึ้นจากไอแพด กดดั้งแว่นให้ชิด

“ยังไม่มีฤกษ์ในช่วงนี้หรอกนะ...”

อภิชญาและอภิวัฒน์ถอนหายใจพร้อมกัน

“แต่ก็มีดวงจะได้แต่งงานทั้งคู่นี่ละ แปลกดี เกิดวันเดียวกันแต่คนละปี กลับมีดวงแต่งงานอยู่ช่วงเดียวกันเลย คือ...ช่วงหนึ่งปี ถึงปีครึ่ง หลังจากนี้  อืม... ไม่เกินสองปีเอ้า ! ”

“ว้ายยยยยยยยยยย แต่งงานกันแน่ ๆ ดองกันไงคะน้อง”

คนพูดหันไปพยักพเยิดให้กับคนที่นั่งข้างกาย ซึ่งต้องแอบเอนตัวหลบผมที่ตีไว้โป่งพอง ขยายอาณาเขตรอบตัวให้กว้างเข้าไปอีก

อภิวัฒน์อดรนทนไม่ไหว จึงต้องเอ่ยปาก

“คุณอภิรดีครับ ผมคิดว่า...”

“น้องเอ...อย่าเพิ่งคิดนะคะ คุณแม่พูดอยู่”

“ฮะ...”

ทั้งหมดไม่ได้สังเกตสีหน้ายุ่งยากของพ่อหมอเลยแม้แต่น้อย

“แต่มันจะมีดวงซับซ้อนหน่อยตรงนี้...” คนพูดมุ่นคิ้วอีกจนเกือบชิด “เอาว่ายังไงก็จะได้เกี่ยวดองกัน”

“นี่มันเยี่ยมเลยนะคะพี่”

“ค่ะน้องอร”

อรดี มารดาของอภิชญายิ้มกว้างแทนการรับคำเพื่อนผู้มากวัยกว่า โดยที่ทั้งสองไม่สนใจสีหน้ากระอักกระอ่วนของลูกตนเองเลยแม้แต่น้อย

 

อภิวัฒน์รั้งรอให้มารดาทั้งสองเดินออกมาจากบ้านทาวน์เฮาส์หลังย่อม ขณะที่เพื่อนสนิทพุ่งตัวไปใกล้รั้วเหล็ก คอยเปิดประตูให้ผู้สูงวัยทั้งสองซึ่งเดินออกมาพลางสนทนาอย่างออกรส โดยไมได้สนใจชาวบ้านที่คล้ายกำลังซุบซิบนินทา ถึงลูกค้าของ ‘หมอต๋อง หมอเขมร แม่น นอน มา’

เมื่อทุกคนออกมาจนหมด อภิชญาปิดประตูเหล็กดัดเก่าคร่ำคร่าด้วยความระมัดระวัง แต่แล้วต้องถูมือกับกางเกงยีนสีเข้มของตนเองเพื่อเช็ดคราบสนิมแดง พลางนึกสบถในใจเมื่อมันไม่จางไปโดยง่าย

“อ้อย ขึ้นรถ”

“จ้ะแม่”

“น้องเอ ขับรถดี ๆ นะคะ”

“ครับคุณแม่”

ชายหนุ่มเปิดประตูรถเบนซ์ซีคลาสสีเขียวมะนาว ให้มารดาของตนและเพื่อนเข้าไปนั่งด้านหลัง ก่อนเดินไปยังที่นั่งของคนขับ โดยไม่สนใจเพื่อนที่มาด้วยกัน

ด้วยความเคยชิน...

จะไปใส่ใจอะไรกับไอ้อ้อยมันนักหนา

“น้องเอคะ ทำไมไม่ไปเปิดประตูรถให้หนูออยล่ะลูก”

ชายหนุ่มแทบจะพุ่งไปกระชากประตูฝั่งข้างคนขับเปิดให้เพื่อนนั่ง พยายามทำสีหน้านอบน้อม อย่างเป็นสุภาพบุรุษ เพื่อให้มารดาพึงพอใจ ขณะที่เพื่อนหัวเราะหึในลำคอ ยิ้มเยาะเบาๆ แล้วจึงนั่งลอยหน้าลอยตา

“ยืนเฉยทำไม ปิดประตูสิ”

อภิวัฒน์มองอีกฝ่ายด้วยหางตา แล้วจึงถอนหายใจยาว เขาขยับแว่นเล็กน้อย ก่อนนั่งลงยังตำแหน่งคนขับ เหยียบคันเร่งพารถคันหรูออกไปจากย่านชุมชน

แต่แล้วเขาก็ต้องเหยียบเบรคแทบจะในทันที

เพื่อมองซาเล้งเจ้าถิ่นเคลื่อนผ่านไปอย่างเชื่องช้า ราวกับเป็นหนังสโลว์โมชั่น

“อุ๊ย เมื่อกี้ที่หมอบอกว่า เดี๋ยวจะมีอุบัติเหตุ” มารดาของอภิวัฒน์เอ่ยขึ้นก่อน

“จริงด้วยค่ะพี่ แหม แม่นนะคะ”

เพื่อนสนิทมองหน้ากันและกัน ส่ายหัวเบา ๆ

 

บ้านของอภิชญาและอภิวัฒน์อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ละแวกเดียวกัน หรือให้ชัดกว่านั้นคือห่างกันไปสองซอย ทั้งคู่เรียนด้วยกันตั้งแต่ชั้นเตรียมอนุบาล ทั้งที่อภิวัฒน์แก่กว่าอีกฝ่ายหนึ่งปีเต็ม แต่ไม่รู้ด้วยเหตุผลกลใด ถึงได้มาเริ่มเรียนเอาพร้อมกัน

ชั้นประถม...ทั้งสองคนอยู่โรงเรียนเดียวกัน ห้องเดียวกัน แทบจะทุกชั้นปี เพราะต่างก็อยู่ห้องเด็กเก่ง ที่เรียกว่าห้องคิง

ชั้นมัธยมต้น...อภิวัฒน์แยกไปเรียนโรงเรียนชายล้วนชื่อดัง ส่วนเพื่อนอยู่โรงเรียนสหศึกษาใกล้บ้าน

ชั้นมัธยมปลาย...แม่ของอภิวัฒน์ยืนกรานให้เขาสอบเข้าเรียนที่เดียวกับเพื่อน โรงเรียนสหศึกษาที่รวมเด็กหัวกะทิไว้มากมาย

ใคร ๆ คิดว่าแม่อยากให้เขาได้เรียนในที่ดี ๆ เหมาะสมกับความสามารถ แต่ผิดถนัด

ฉันเอาจดหมายรักจากตุ๊ดดาวโรงเรียน กับเกย์ศูนย์หน้าทีมบอล ที่แกทำตกไว้ที่บ้านไปให้คุณป้าดู

คืนนั้นเขาจึงได้ประกาศิตให้ไปสอบแข่งขันเข้าโรงเรียนอันดับหนึ่งแห่งนั้น ตามใจแม่ ตามใจพี่สาว ส่วนพ่อก็พยักหน้าเบา ๆ เห็นด้วยในทุกกรณี

อันที่จริงเขาจำได้อยู่นะ...ว่าบอกไอ้อ้อยแล้ว ว่าจะ ‘ฝากทิ้ง’ ไหงถึงออกมาอีหรอบนี้ได้ก็ไม่รู้

อภิวัฒน์เปิดคอมพิวเตอร์ตัวใหญ่ ยี่ห้อดัง ที่ทั้งบ้านด่ากันขรมว่าเรียนมาตั้งเยอะตั้งแยะ ทำไมถึงไม่ประกอบเอง... เขาตอบไปว่า สำหรับคอมพิวเตอร์ยี่ห้อนี้ ที่เป็นรูปแอปเปิ้ล มันเป็นของเฉพาะ ไม่ใช่เดินในพันทิพย์ซื้อชิ้นส่วนร้านละอย่างสองอย่างแล้วมาประกอบได้

รู้งี้น่าให้มันต่อโทที่เสิ่นเจิ้น

ทำไมล่ะคะพ่อ พี่สาวคนโตถาม 

มันจะได้ทำคอมเลียนแบบยี่ห้อนั้นได้ไง

ปราดเปรื่องค่ะพ่อขา พี่สาวคนรองหัวเราะสำทับ 

อภิวัฒน์แทบจะปาดน้ำตา...

เขาจบวิศวะคอมพิวเตอร์มา ทำอะไรได้หลายสิ่ง แต่สิ่งที่เขาทำได้ ไม่ใช่อะไรที่พ่อแม่และคนรอบตัวจะเข้าใจ สิ่งที่พวกเขานึกถึง มักจะเป็นเรื่องของการซ่อมคอมพิวเตอร์ ประกอบเครื่อง ลงวินโดวส์ และโปรแกรมต่างๆ รวมถึงเกมฝึกทักษะของเด็กน้อย ที่เขามักจะโดนมารดาเรียกตัวให้ไป ‘ช่วย’ คนแถว ๆ บ้านเสมอ

ว่ากันตามจริง อย่างไม่เดียดฉันท์ เรื่องแบบนั้นก็ให้ลูกชายอีกบ้านที่จบปวช. ปวส. ด้านคอมพิวเตอร์ทำเอาสิ ทำได้นะ !

เขาประท้วง...ในใจ

ทำไมกัน....ทำไมกัน

อภิวัฒน์จึงได้แต่รำพึงรำพันเงียบๆ ในใจ เมื่อไม่มีใครเข้าใจสิ่งที่ร่ำเรียนมา แต่ที่ร้ายกว่าคือเหมารวมเข้าใจไปเองเสียอีก

ชายหนุ่มรู้ว่าแม่ต้องการอวดลูกชายที่จบวิศวะคอมพิวเตอร์มา แต่มันไม่ใช่... ถึงน้ำตาตกในแค่ไหนก็พูดออกไปไม่ได้ เพราะไม่มีใครเข้าใจอยู่ดี

เสียงเตือนจากโปรแกรมสนทนาดังขึ้น ทำให้เขาต้องละสายตาจากสิ่งที่กำลังทำอยู่

 

Oil says : เฮ้ย เอาไงดีวะ

a_a says : เอาไง ? เรื่องอะไร

Oil says : เรื่องที่หมอต๋องว่าไว้ไง ดูแม่จะจริงจะจังมากนะเว้ย เนี่ย กลับมาก็เลียบ ๆ เคียง ๆ ถาม ว่ายังไม่มีแฟนใช่มั้ย บลา ๆ ชอบไปไหนมาไหนกับน้องเอกันสองคน กิ๊กกันล่ะสิ

Oil says : ชั้นบอกว่า เปล่าแม่ เปล่า แม่ก็ไม่เชื่อ โอ๊ย คิดเป็นเรื่องโรแมนซ์ตลอดเวลา จะบอกยังไงล่ะว่า ฉันแค่ติดรถแกไป !

a_a says: นี่ไงล่ะ กรรมของการนั่งรถชาวบ้านโดยไม่ช่วยออกค่าน้ำมัน

Oil says : ห่า ชั้นให้แกคิดหาทาง ไม่ใช่มาด่า หรือว่า ตอนนี้มันถึงเวลาที่พวกเราจะต้องหาแฟนแล้ววะ

A_a says : ฉันหามานานแล้ว เคยมีแฟนแล้ว

Oil says : โดนเขาทิ้งไปคบทอมแล้วด้วย

A_a says : สัด ไม่ต้องพูดก็ไม่มีใครว่า แต่ไม่ใช่ทอม ผู้หญิงเหมือนกัน

Oil says : เออ นั่นแหละ

 

มันเป็นเสี้ยนหนามที่แทงใจเขาอยู่ไม่น้อย... กับแฟนสาวชาวจีน สูงระหง ผมยาว ขาว และอึ๋ม ของเขา แรกๆ ก็รักกันดี ไปมาหาสู่กันตลอดช่วงเวลาเรียนมหาวิทยาลัย แต่ในปีสุดท้ายของปริญญาตรี เธอกลับเดินมาบอก ว่าฝืนตัวเองไม่ไหวแล้ว เขา...ที่เป็นแฟนเก่า คงเข้าใจ และอวยพรให้เธอไปครองรักกับแฟนสาวได้ ‘ด้วยความบริสุทธิ์ใจ’ ใช่หรือไม่

ไม่

อภิวัฒน์ตอบในใจ

ในประเทศที่เริ่มเปิดรับวัฒนธรรมใหม่ หลังจากอยู่ในวงล้อมของม่านเหล็กมาเนิ่นนาน ไม่ว่าจะเรื่องตึกรามบ้านช่องที่สูงเสียดฟ้า สนามกีฬารังนกขนาดใหญ่ ที่ต่างแสดงความโอ่โถง และความเข้มแข็งด้านการเงิน หรือแม้กระทั่งแฟชั่นหวือหวาอย่างตะวันตก ทั้งหมดล้วนขัดกับความค