ตอนก่อนหน้า
บทที่ ๑ (๑/๒) (๒/๒)
บทที่ ๒ (๑/๒) (๒/๒)
บทที่ ๓ (๑/๒)
 
 

 

เสียงเคาะประตูดัง ก่อนที่คนภายนอกจะถือวิสาสะเปิดเข้ามาเพียงนิดเดียว

“จ้า...เข้ามาเถอะ ไม่ได้ลงกลอนไว้” เด็กสาวตะโกนบอก “มีอะไรรึเปล่าจ๊ะทาเนียจ๋า” เซเรนเนียถามทั้งๆที่ยังคงก้มหน้าอ่านหนังสืออยู่

ห้องมืดทึบด้วยม่านหนาหนักที่ถูกดึงปิดเอาไว้ มีเพียงแสงสลัว ๆ ของตะเกียงบนโต๊ะเท่านั้นที่พอส่องให้คนนั่งมองเห็นเฉพาะหนังสือตรงหน้า ทาเนียมองด้วยความขัดใจ

“คุณจะเลิกทำงานสักพักได้ไหมคะ นับวันยิ่งจะบ้างานเหมือนคุณเรซัค แล้วก็คุณเรนินเข้าไปทุกวัน” เธอเดินไปที่หน้าต่างแล้วหันมอง อีกฝ่ายไม่ว่ากระไรผู้สูงวัยจึงกระชากม่านให้แยกออกจากกันรวดเร็ว !

“โอ้ย แสบตา” เด็กสาวอุทาน

แสงสะท้อนสีขาวจากหิมะซึ่งปกคลุมอยู่ทั่วไปทำให้ห้องสว่างไสวขึ้นโดยพลัน ใบหน้าขาวนวลปรากฏชัดแก่สายตาที่ยังไม่ฝ้าฟางของผู้สูงวัย เด็กสาวนั่งใช้แขนข้างหนึ่งเท้าคาง เธอเติบโตขึ้น งดงามน่าเอ็นดู ดวงตาโตสวยดังกวางป่ามีแสงระยับดุจดาราจ้องมองมาที่เธอด้วยความรัก ริมฝีปากบางได้รูปเม้มนิด ๆ เ พราะโดนขัดใจ

เซเรนเนียสูงขึ้น ร่างกายก็มีความเปลี่ยนแปลงตามที่เด็กสาวจะเป็นเมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่น ชุดสีน้ำตาลอ่อนซ้อนด้วยผ้าโปร่งลายช่อดอกไม้ถูกตัดให้เข้ารูปพอดีรับกับร่างระหง ชายกระโปรงยาวจดพื้นที่ตนเองสั่งให้ตัดเป็นพิเศษเพื่อที่คุณหนูของเธอจะได้เดินไม่สะดวกได้ผลดีเกินคาด เซเรนเนียไม่เที่ยววิ่งเล่นเหมือนแต่ก่อน อาจจะเป็นเพราะชุดแล้วก็วันเวลาที่ทำให้เธอโตขึ้นก็เป็นได้

เซเรนเนียดึงผืนผ้าบางที่ผูกเส้นผมออกทำให้เส้นผมดำสนิท หยักยาวอย่างยิ่งตกผ่านไหล่มนลาด เด็กสาวเสยผมข้างหน้าออกไม่ให้บังหน้าผากนวล จนเส้นผมดำสนิทล้อมกรอบให้ใบหน้าดูคมยิ่งขึ้น

“ทาเนียก็...เปิดม่านทำไม แสงมันแสบตา” เสียงใสออดอ้อนทั้ง ๆ ที่ความหมายคือต่อว่านิด ๆ “ข้าพักงานไว้ก่อนก็ได้ ทาเนียจ๋าของข้ามีอะไรรึเปล่าจ๊ะ” ผู้สูงวัยเดินมาใกล้แล้วกอดไว้หลวม ๆ มือขาวนวลแตะแขนอีกฝ่ายไว้ “ไม่สบายหรือ ทานยารึยัง”

ทาเนียส่ายศีรษะ “เปล่าค่ะ ข้าแค่จะมาถามว่าทำไมคุณไม่ไปส่งพี่”

แว่นอ่านหนังสือถูกวางบนโต๊ะแผ่วเบา “พี่เรนินบอกว่าไม่ต้องไปส่งจ้ะ ไม่รู้ทำไม บอกว่าให้รออยู่ในบ้านนี่แหละ”

คนฟังนึกถึงคำพูดของอีกฝ่ายที่ทิ้งท้ายไว้ได้ทันที

อย่างช้าภายในอาทิตย์นี้ อย่างเร็ว...อาจจะทันทีหลังจากที่ข้าออกเดินทางก็ได้

แล้วเธอก็ถอนหายใจ “เอาเถอะข้าจะรออยู่นี่เป็นเพื่อนคุณค่ะ”

 

นายทหารยามผุดลุกออกมาจากป้อมเมื่อเห็นบุคคลน่าสงสัยบนหลังอาชาสีดำสนิทวิ่งตรงมายังประตูทางเข้าคฤหาสน์เอเมอรัลด์อย่างรวดเร็ว ทหารทั้ง ๒ ยืนขวางทางเข้านิ่ง

“คนบนหลังม้าลงมาเดี๋ยวนี้ ! เจ้ารู้ไหมนี่มันเขตหวงห้าม”

ชายชุดดำรั้งบังเหียนให้พาหนะหยุดยืนนิ่ง เขาขยับผ้าโพกพันเพียงเล็กน้อยก็ทำให้คนที่ยืนอยู่กลางหิมะตกใจ ดวงตาสีน้ำทะเลอันเป็นเอกลักษณ์...

“ท่านผู้การรามิล !” นายทหารทั้งสองถอยออกจากทางเข้ายืนตัวตรงวันทยหัตถ์ทำความเคารพ

“สวัสดี...” เขาตอบเสียงเรียบ “สบายดีไหมดาห์รี...พลาโต”

ผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งสองยิ้มด้วยความดีใจ ชายหนุ่มตรงหน้า แม้ว่าจะจากไปนานก็ยังคงจำชื่อนายทหารของเขาได้แม่นยำ คนยืนรักษาการณ์น้ำตาซึม..

“เฮ่ย ขี้แยจริง....เจ้าสองคนอย่าร้องไห้สิ นี่ข้าจะเข้าไปได้หรือยัง”

“ครับ ๆ ” ทั้งสองค้อมกายส่งอีกฝ่ายรวดเร็ว แล้วดาห์รีก็วิ่งนำเข้าไปในตัวคฤหาสน์เพื่อแจ้งข่าวการมาของคนที่คุณหนูของพวกเขารอคอย

รามิลมองทหารซึ่งวิ่งล่วงหน้า ใบหน้าภายใต้ผ้าที่ตวัดผ่านคอมีรอยยิ้มปรากฏ ดิมิเทรียสร้องเสียงแหลมดังก้อง หิมะขาวกระเซ็นขึ้นมาเมื่อฝีเท้าม้าย่างเหยาะ ทิ้งรอยเกือกม้าไว้บนพื้นเป็นทางยาว

 

จอมพลแห่งเรนาเธียนั่งเอนกายอ่านหนังสือในห้องนั่งเล่น โดยมีสุนัขป่าสีดำตัวใหญ่หมอบอยู่แทบเท้า มันเอาขาหลังเกาหูอยู่สองสามครั้งแล้วเอาหัวซุกใต้ขาตามเดิม

“เฟนริล ถ้าเจ้ามีเห็บมีหมัดล่ะก็ข้าจะให้เขาจับเจ้าอาบน้ำนะ”

สุนัขครางหงิงเมื่อได้ยินคำขู่

มันเกลียดการอาบน้ำ โดยเฉพาะอาบน้ำในหน้าหนาว ที่ร้ายที่สุดคือหากมันไปซนหรือทำผิดอะไรคุณหนูของมันจะอาบน้ำให้เอง ใช่ว่านางไม่เคยอาบน้ำให้ แต่ ‘อาบน้ำ’ นี่คือการลงโทษขั้นร้ายแรง นางจะเอาหิมะมาตั้งให้ละลายกลายเป็นน้ำเย็นแล้วก็เอาน้ำนั่นน่ะอาบมัน มันหนาวจนปวดกระดูกดำ และมันก็ไม่กล้าทำผิดซ้ำอีก

เตาผิงทรงกลมหินอ่อนฉลุลายอ่อนช้อยพอให้แสงและความร้อนผ่านออกมา ชายผู้เป็นตำนานแห่งกองทัพเรือขยับแว่นสายตาน้อย ๆ แสงไฟสีเหลืองเพียงพอที่เขาจะอ่านหนังสือ แต่ถ้าลูกสาวเห็นสภาพในตอนนี้รับรองว่าโดนเอ็ดแน่ ๆ เขาปิดหนังสือ ถอดแว่นตาออกวางบนโต๊ะใกล้ ๆ เก้าอี้นวมตัวใหญ่

เวลาผ่านไปเขาก็แก่ลง หากลูกสาวตัวน้อยของเขากลับโตขึ้นรวดเร็ว เด็กหญิงเป็นเด็กสาว และอีกไม่ช้าก็จะกลายเป็นหญิงสาวที่งดงาม นึก ๆ แล้วก็ใจหาย พอสิ้นฤดูหนาวอีกไม่กี่เดือนเซเรนเนียก็จะอายุ ๑๖ ปีเต็ม แม้เขาจะยังมองว่านางเป็นเด็กอยู่แต่ในความเป็นจริงแล้ว ชาวบ้านโดยทั่วไปก็มักจะแต่งงานในช่วงอายุเท่านี้กันเป็นส่วนใหญ่

เคซาสฟังจากที่เรนินบอกแล้วก็ดีใจปนรู้สึกโหวง ๆ รามิลจะกลับมาในไม่ช้า... แล้วคำว่าช้าของเรนินมันเท่าไหร่กันหนอ เจ้าลูกชายตัวดีสั่งว่าห้ามบอกน้อง แต่...เขากลับคิดว่าอย่างน้อยก็น่าจะเปรย ๆ ไว้บ้าง

“ไปเฟนริล ไปหาคุณหนูของแกกัน”

สุนัขป่าเงยหน้ามองผู้เป็นนายที่กวักมือเรียก มันค่อยๆคลานเข้าไปหามือใหญ่ อบอุ่น ให้เกาหลังหูให้จนมันเคลิ้มเผลอหาวปากกว้าง

ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะลุกนายทหารคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาด้วยเสียงเบาราวกระซิบ

เฟนริลรู้สึกว่ามีเสียงฝีเท้าที่ไม่คุ้นเคยเดินตรงมาทางนี้ ใครกันที่มันบังอาจล่วงล้ำคฤหาสน์เอเมอรัลด์ทั้งๆที่มันยังอยู่!! อย่าหวังเลยว่าจะเข้ามาทำร้ายคุณหนูของมันได้ !

เฟนริล !

เสียงเคซาสตะโกนก้องเมื่อสุนัขร่างสูงใหญ่ปราดออกไปทางที่นายทหารคนนั้นเดินเข้ามา จอมพลลุกขึ้นอย่างรวดเร็วแล้ววิ่งตามไปอย่างไม่ลดละ เฟนริลแม้ว่าจะมีนิสัยขี้เล่น อ่อนโยน หากยามที่อันตรายเกิดขึ้นกับเขา เซเรนเนียหรือใครในบ้านก็ตาม มันผู้นั้นอาจจะโดนเจ้านี่ขย้ำได้ง่าย ๆ

 

ร่างสูงตวัดตัวลงจากหลังม้าคล่องแคล่ว เขายื่นบังเหียนให้เด็กดูแลม้าพามันไปเข้าโรงเลี้ยงที่อบอุ่นและเพียบพร้อมไปด้วยอาหาร จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ ก้าวย่างผ่านทุ่งหิมะขาวเข้าสู่ใต้ร่มเงาของบ้านเรนาเธียอีกครั้ง รามิลเงยหน้ามองตราประจำสภาปราชญ์ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกที่อัดแน่น บ้านของเขาก็เป็นเหมือนที่นี่ มีทั้งตราประจำตระกูลและตราของสภาหรืออีกนัยคือตราแผ่นดินเคียงคู่อยู่ด้วยกัน แล้วเขาก็ได้ยินเสียงคนตะโกนโหวกเหวกมาจากด้านหลังบ้าน ชายหนุ่มเดินกลับมายืนกลางหิมะอีกครั้งเพื่อมองหาต้นเสียงนั้น

“กรร...ร..ร.รร...”

เขาหันกลับมาโดยไวก็พบกับร่างของหมาป่าที่กำลังโกรธเกรี้ยว ดวงตาสีทองเป็นประกาย เขี้ยวขาวคมกริบ ลมหายใจอุ่นโพยพุ่งเป็นไอ เฟนริลมองคนแปลกหน้าด้วยสายตาไม่ไว้วางใจ หน้าหนาวทำให้จมูกมันบอด มันเลยยากที่จะแยกแยะกลิ่นได้ในเวลานี้ แต่ทำไมหนอเจ้าหมอนี่ถึงยืนนิ่งไม่ยอมถอยหนีดังคนอื่น ๆ

ดวงตาสีน้ำทะเลพินิจสุนัขตรงหน้าเงียบ ๆ...

“เฟนริล...?”

ชั่วขณะที่เขาเรียกชื่อหูมันลู่ลงเล็กน้อย

“เฟนริลใช่ไหม โตขึ้นเยอะเชียวนะเรา เป็นหนุ่มไปแล้วสิเนี่ย”

ร่างสีดำสูงใหญ่ปกคลุมด้วยขนยาวฟูกระโดดโถมเข้าหาชายคนนั้นเต็มแรงเท่าที่มันจะมีได้

มันรู้ ! มันรู้แล้ว นี่คือนายของมัน นายผู้ให้ชีวิต นายที่พามันมายู่กับคุณหนู...

รามิลลงไปนั่งอยู่กับหิมะที่ทั้งเย็นและชื้น ในขณะที่เฟนริลก็เห่าเสียงดังก้อง ลิ้นอุ่นเลียชายหนุ่มทั่วใบหน้า เสียงทุ้มหัวเราะร่วนก่อนยันกายลุกขึ้น เฟนริลกระชากผ้าที่พันคอเขาออกรวดเร