แต่งกับผียังดีกว่าแก
 

 

 

 บทที่ 5

 

 

คุณเก๋เขาคือรักแรกของฉันไง คนที่ฉันเริ่มเล่นปิงปองเพื่อเขา

ว้าว โรแมนติกจัง อนุตดาอุทาน ว่าแต่เรื่องไปยังไงมายังไงน่ะ

เดี๋ยวฉันจะเล่าให้ฟังนะแพน กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว อภิชญาลากเสียงยาว มีเด็กชายคนหนึ่ง ปิ๊งสาวคนหนึ่ง อยากจะให้เขาหันมามองสักครั้งหนึ่ง

หนึ่งเยอะไป อภิวัฒน์ท้วง

แล้วมันเลยไปสมัครเล่นปิงปอง เพื่อจะได้เป็นนักกีฬาโรงเรียน หรือนักกีฬาเขต สาวจะได้หันมามอง เพราะเท่ คนเล่าปรายตามองเพื่อนสนิทที่คบมาตั้งแต่เด็ก ทีนี้มันก็เล่นจนเป็นนักกีฬาเขต แล้วติดทีมชาติ พอถึงจุดนั้นใช่ปะ มันก็ลืมไปแล้วว่าจะเล่นให้สาวคนนั้นปลื้ม รู้ตัวอีกที อ้าว สาวย้ายบ้านไปละ

อ้าว

งั้ง – งั่ง เนอะ

คนพูดถอนใจ แล้วแกรู้ได้ไงว่าคุณเก๋เก๋อะไรนั่นของแกน่ะ ใช่สาวคนนั้น ถามเขาแล้วเรอะ

เปล่า

อ้าว

ฉันเชื่อมั่น ว่าคุณเก๋คือเธอคนนั้น ชายหนุ่มผู้ตกอยู่ในห้วงรักยิ้มกว้าง มันเป็นเสียง...จากใจ

แล้วก็ไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้กับอภิวัฒน์อีกเลย

 

 

 

“ยัยบ้า อะไรนะก่อนที่ฉันโดนจิ้มพุง หล่อนไปเขมรมาคนเดียว บ้า บ้าแล้ว ประสาทกลับ เดี๋ยวก็โดนปล้ำโดนปล้นหรอกหล่อน ! ”

“อ้อย พูดกับเพื่อนไม่ดีเลย”

อภิชญายิ้มแหย ๆ ให้มารดา ซึ่งกำลังหยิบจานแอปเปิ้ลชิ้นเล็กที่หั่นไว้แล้วจากในตู้เย็นให้อนุตดา หญิงสาวยกมือไหว้ขอบคุณแม่ของเพื่อนสนิทด้วยท่าทางเรียบร้อย

“ขอบคุณค่ะคุณน้าอร”

“ไม่เป็นไรลูก แค่นี้เอง” ผู้มากวัยกว่ายกมือเสมออกเพื่อรับไหว้ “ช่วยน้ากินหน่อยนะลูก คนเอาผลไม้มาเยี่ยมเต็มเลย อ้อยก็ยังต้องกินอาหารอ่อน ไม่รู้คนมาเยี่ยมคิดอะไร เอาแต่ของสดมาเยี่ยมคนไข้เคสที่ต้องงดอาหาร” หญิงสูงวัยถอนใจ

“เขาอาจจะคิดว่ามันดีต่อสุขภาพคนเฝ้าไข้ก็ได้แม่ เฝ้าไข้นานเดี๋ยวป่วยตามกันไป คนเฝ้ากินมันให้หมดเลย เหมือนไอ้เอไง เอาสเต็กมากินให้หนูดู”

“แหม น่ารัก คงกลัวอ้อยจะเหงา” อรดีกล่าวชมด้วยน้ำเสียงเอ็นดู

“แหม น่าฆ่า มันกินต่อหน้าต่อหน้าคนที่โดนงดอาหารสามวัน กินไปบรรยายไป เอาซะเหมือนออกมาจากทุกปุ่มรับรส” อภิชญาเค้นเสียง

“อ้อยนี่อะไรกันน้า... ทำไมไปว่าเอขนาดนั้น นี่ถ้าไม่ได้เอ ไม่มีทางได้ห้องพิเศษโรงพยาบาลรัฐเร็วขนาดนี้หรอกนะ”

อรดีสั่นศีรษะเบา ๆ ก่อนเดินไปหยิบแก้วน้ำใช้แล้วที่วางอยู่หัวโต๊ะ เพื่อไปวางบนซิงค์ล้างจานซึ่งอยู่ที่ระเบียง

“แพนดูสิลูก โดนมีดจิ้มพุงทะลุ ใช้ชีวิตเสี่ยงขนาดนี้ จะให้น้าใช้ชีวิตเป็นสุขได้ไง”

อภิชญาบุ้ยใบ้ให้เพื่อนดู เธอพยักพเยิดไปทางผู้ที่ยืนล้างจานอยู่ด้านนอก แสดงนัยว่าผู้เป็นมารดาเอ่ยเรื่องนี้ตลอด จนเธอเองก็คร้านจะฟังซ้ำ

“เป็นนักข่าวมันก็ดี แต่ว่าทำไมต้องสายที่อันตรายขนาดนี้ด้วยเล่า แล้วนี่ดูซิ ลงใต้ไปไม่เป็นอะไร มาโดนมีดเสียบพุงแถวท่าพระ ! โถ...ดีนะที่โรงพยาบาลอยู่ใกล้”

ลูกสาวชักไม่แน่ใจว่าแม่ห่วง สงสาร หรือสมเพชกันแน่

ผู้พูดเดินกลับเข้ามา และวางแก้วคว่ำเอาไว้อย่างเป็นระเบียบบนโต๊ะตัวเล็ก

“ดีที่มีเออยู่ เนอะแพนเนอะ” อรดีมองเพื่อนลูกสาว ราวกับหาคนสนับสนุน “นี่น้ากับพ่ออ้อยก็ไปเกาหลีกัน อยู่ไกลจนมาดูแลไม่ได้ ดีนะที่เอช่วยดูแลจัดการเรื่องต่าง ๆ นานาให้ ไม่อย่างนั้นแย่แน่ ๆ ดูซิ คิดขนาดว่าถ้าโทรบอกพวกน้าในทันทีจะทำให้เที่ยวไม่สนุก น่ารักอะไรอย่างนี้”

“หยุดเชียร์มันเหอะแม่ หนูไม่เอามันทำแฟนหรอก” อภิชญาแย้งอย่างเหลืออด “อีกอย่างนะ ไอ้เอมันมีแฟนแล้ว”

“เหรอ” อรดียักไหล่ ไม่ยี่หระเรื่องที่ลูกสาวบอกมา “เอ้อ แพนจ๊ะ ฝากดูอ้อยหน่อยนะ เดี๋ยวน้าไปคืนนิตยสารให้คุณพยาบาลแป๊บนะ ยืมเขามา”

“ค่ะคุณน้า เดี๋ยวหนูดูแลเองค่ะ”

ผู้เป็นแม่หยิบนิตยสารตั้งใหญ่ใส่ถุงกระดาษ จัดแจงดูว่ามันเป็นระเบียบดีแล้ว จึงหยิบแผ่นพับสีชมพูแปร๋นใส่ลงไปด้วย

“นั่นไรอะแม่”

“โบชัวร์ผลิตภัณฑ์โอทอปกลุ่มแม่บ้านเราน่ะ วันก่อนคุยกับคุณพยาบาลไว้ เธอสนใจพวกแชมพูสมุนไพร เลยจะเอาไปให้ดู”

“อื้อหือ ขายกระทั่งในโรงพยาบาล” อภิชญาค่อนแคะ แต่มารดาก็เดินออกไปโดยไม่ใส่ใจเสียงจึกจักในคอของลูกสาว

อนุตดารอจนแม่เพื่อนออกไปนอกห้องแล้ว ถึงเอ่ยต่อ

“แม่หล่อนดูมีชีวิตชีวาจัง”

“ล้นสิไม่ว่า”

“ก็คล้ายกันออก” หญิงสาวหัวเราะ ก่อนเอนหลังและถอนหายใจยาว “ฉันเบื่อจังอ้อย ทำงานมานานไม่ได้มีเวลาพัก”

“ได้พักแล้วไงล่ะ พักพร้อมกันเลย แต่ฉันลาป่วย ส่วนหล่อนลาออก...ลาออกนี่เอาจริงใช่ปะ ? ”

“ใช่ ปัญหากับเจ้านายในบังคับบัญชา แม่งงี่เง่า”

นาน ๆ ทีอภิชญาถึงได้ยินอีกฝ่ายสบถและว่าใครสักที

“เหลืออดสินะ”

“ด้วย และเหนื่อยด้วย มีเงิน หาเงิน แต่ไม่ได้ใช้ชีวิตเลย ฉันเหนื่อย ไม่ไหวแล้วจริง ๆ ฉันรู้ว่าหล่อนเข้าใจฉันแน่ ฉันรักการทำงานจนทิ้งหลาย ๆ อย่างไปแล้วล่ะอ้อย”

แน่สิ ที่นอนแหมบให้น้ำเกลืออยู่นี่ ก็เพราะจิตวิญญานนักข่าวอาชญากรรมบวกกับดวงซวยนิดหน่อย ทำไมจะไม่เข้าใจเพื่อนที่ทำงานสายโทรทัศน์ แต่แทนที่จะอยู่ห้องส่งแต่งหน้าสวย ๆ กลับตะลอน ๆ ตามรถออกอากาศสด เพื่อลุยและลงพื้นที่ อย่าว่าแค่คิดเรื่องไปเที่ยวยาว ๆ เลย แค่หาแฟนอีกฝ่ายยังไม่มีแก่ใจจะหา ใช้เวลาว่างอันน้อยนิดเขียนนิยาย ถ่ายรูป

จนเฉียดสามสิบ

เธอก็ด้วย

“อ้อย”

“หือ”

“แล้วแม่เขาจะยอมให้หล่อนทำงานนี้ต่อรึ คราวนี้เจ็บเสียขนาดนี้”

“นั่นสินะ....ทำลืม ๆ ไป อย่าพูดถึง เดี๋ยวก็ลืม” คนพูดโบกมือ

“เอ้อ” อนุตดาอุทานเมื่อเพิ่งนึกขึ้นได้ “แล้วนี่พรุ่งนี้ก็ออกจากโรงพยาบาลแล้วสิ”

“อื้อ ใจหาย ไมได้เจอหน้าหมอช้างแล้วสิ”

ผู้เป็นเพื่อนหัวเราะเบา ๆ กับเป้าหมายอันชัดเจนของคนป่วย

“ไม่เป็นไรน่า... เจอได้เรื่อย ๆ อยู่แล้ว หมอเขาเป็นพี่ชายของหนูนา น้องสุดที่รักของหล่อนไม่ใช่หรือไงอ้อย”

“ช่าย ฮิฮิ”

“ดูทำเสียงเข้า”

อภิชญาหัวเราะด้วยน้ำเสียงปรีดิ์เปรมระคนความไม่น่าไว้ใจเป็นอย่างยิ่ง

“บังเอิญเนาะ ที่หมอช้าง เป็นพี่ชายแท้ ๆ ของนฎา ไม่คล้ายกันเลย” อนุตดาออกความเห็น

“คล้ายซี่คล้าย ตาโต ปิ๊ง ๆ ” คนนั่งบนเตียงไม่พูดเปล่า ยังเอานิ้วไปเบิกตาเล็กเรียวของตัวเองให้กว้างขึ้นด้วย

“หนูนาผิวขาวอย่างกับน้ำนม” แม้จะเจอกันไม่กี่ครั้ง แต่คนพูดจำหน้ารุ่นน้องของเพื่อนได้ติดตา เพราะทั้งใบหน้า ทั้งกิริยา น่ารักน่าเอ็นดู ผิดกับสาวยี่สิบต้น ๆ ยุคนี้

“นั่นสิ ๆ หนูนาเป็นผิวน้ำนม ส่วนพี่ชายผิวเหมือนลาเต้*...”

“ดูจากความเข้มน่าจะมัคคิอาโต้*หรือมอคค่า*มากกว่า” อนุตดาแย้ง

“แหม...” อภิชญายิ้มกรุ้มกริ่ม “อยากซดทุกเช้าเลย”

“รักษากิริยาหน่อยซี่”

อภิชญาแสร้งทำท่าวางมือประสานเรียบร้อย ก่อนที่ทั้งสองคนจะพากันหัวเราะเสียงดัง

“แหม...ก็โลกมันกลม ก็พระพรหมท่านลิขิต” คนที่คล้ายจะถูกศรรักปักอกพูดอย่างอารมณ์ดี “ใครจะไปคิดล่ะว่าพี่ชายหนูนาตัวเล็กจิ๋ว คือหมอช้างตัวหญ่าย” ไม่พูดเปล่า หากยังกางแขนจนสุด

“ใครตัวใหญ่นะครับ ? ”

“อุ้ย”

ทั้งสองคนอุทานพร้อมกัน เมื่อเห็นหน้าของนายแพทย์เจ้าของไข้ ซึ่งเดินออกมาจากเวิ้งทางเดินที่มีกำแพงกั้น วันนี้เขาสวมชุดทหาร ดูเข้ากับผิวสีแทน และหุ่นอย่างคนที่ดูแลสุขภาพเป็นอย่างดี เขาเรียกกันว่า ‘เครื่องแบบปกติกากีคอพับแขนสั้น’ นายแพทย์พชรเคยตอบเธอด้วยรอยยิ้มอบอุ่น

อภิชญาก็อยากถามกลับเหมือนกันว่า ยิ้มหล่อเป็นปกติอย่างนี้ตลอดหรือเปล่าคะหมอ...

“สวัสดีครับ คือ เมื่อครู่เคาะแล้ว แต่ไม่มีคนตอบ เลยถือวิสาสะเข้ามา ต้องขอโทษด้วยครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะหมอ” อภิชญาเอ่ยรวดเร็ว “ไม่ได้รบกวนอะไรเลยค่า หมอช้างมีอะไรรึเปล่าคะ”

“อ๋อ ครับ หนูนาบอกว่าให้เอาหนังสือในถุงมาให้คุณออย ช่วงลาอยู่บ้านเดือนนึงคงไม่ได้ออกไปไหน หนูนาเลยเตรียมมาให้เสียเยอะเลยครับ”

“โถ... ไม่น่าต้องลำบากเลย ทั้งหนูนาทั้งหมอช้าง”

“ไม่เป็นไรครับ ไม่ได้ลำบากอะไร พอดีหนูนาต้องไปธุระเป็นเพื่อนคุณแม่ แล้วก็ไปบ้านคุณออยไม่ถูก ผมเลยอาสาเอามาให้แทน”

“หมอช้างใจดีจังเลยค่า”

อภิชญาตอบเสียงหวาน

อนุตดาไอคอกแคก

คนป่วยแค่มองหน้าเพื่อนก็รู้แล้วว่าไอเพราะกลั้นหัวเราะ คงด้วยเธอพูดเสียงเพราะเสนาะโสตกว่าปกติหลายเท่า

“เดี๋ยวแพนเก็บให้นะคะ”

อนุตดาอาสา ก่อนเดินเข้าไปรับถุงกระดาษใบใหญ่แทน แต่เมื่อจับหูถุงที่ทำจากเชือกฟั่นเส้นเล็ก สายที่ดูเหมือนจะมั่นคงดีก็หลุดผลัวะ หนังสือนิยายข้างในหวิดเทกระจาดออกมา หากโชคดีที่เธอใช้มือข้างหนึ่งจับขอบถุงไว้ ส่วนอีกข้างรองใต้ถุง เช่นเดียวกับชายร่างสูงที่ตะปบถุงไว้ทัน

แล้วตะปบมือหญิงสาวไว้ด้วย

“หวิดไปแล้วครับ”

“โอย เข้าใจแล้วว่าทำไมหนูนาถึงฝากพี่ชายมา” เธอหัวเราะ ดึงมือออกอย่างสุภาพ เช่นเดียวกับอีกฝ่าย เขากอดถุงใบใหญ่ไปวางลงบนโต๊ะ ค่อยๆ หยิบเล่มที่อยู่ด้านบนออกมาวางเรียงอย่างเป็นระเบียบ

แน่นอน อภิชญามองตาขวางเล็กน้อย

ส่วนเพื่อนคิดว่าขวางมากกว่าปกติอีกราวยี่สิบเปอร์เซนต์เห็นจะได้

“เดี๋ยวผมขอตัวก่อนนะครับ”

“ไปแล้วเหรอหมอช้างขา ไปดีมาดีนะค้า...”

“ขอบคุณครับ”

คนป่วยโบกมือหยอย ๆ ส่งแขกที่มากะทันหัน แต่พลันทำให้ใจชุ่มชื่นได้อย่างประหลาด

“แหม... เสียงหวานเลยนะอ้อย หมอช้างขา... แหม เข้ากันดีเชียว อ้อยกับช้าง”

“บ้า...” อภิชญายิ้มเขิน อุ้มตุ๊กตาหน้าตาพิลึกที่มีตาเดียวมากอด แล้วเอนตัวไปมาเบา ๆ “แต่หล่อนโดนหมอช้างจับมืออะ จับมือเลยนะ จับมือ ! ”

อนุตดาหัวเราะเสียงดัง

“แต่เธอโดนหมอช้างเห็นเครื่องในเลยนะ เห็นเครื่องใน ! ”

“ยังยัง แค่เยื่อหุ้มลำไส้”

“อุ๊ยตาย นี่เห็นไส้เห็นพุงกันแล้ว”

“อะไรเล่า...” คนป่วยครวญด้วยน้ำเสียงหงุงหงิงจนเพื่อนอดทำหน้าเอ็นดูไม่ได้

ตั้งแต่ที่รู้ว่านาวาตรี นายแพทย์ พชร เป็นพี่ชายของนฎา เธอก็ไม่เรียกเขาว่า ‘คุณหมอพชร’ อีกต่อไป กลายเป็น ‘หมอช้าง’ พี่ชายหนูนา เพิ่มความสนิทสนมเข้าไปอีกระดับ

“ฉันไม่ชอบหมอหรอกน่า ไม่จีบด้วย สัญญาเลย” อนุตดายืนยัน

“ทำไมล่ะ หมอออกจะหล่อ สูง เท่”

“ไม่ใช่สเป็คจ้ะ” เพื่อนสนิทยิ้มตอบ ก่อนจัดเรียงหนังสือนิยายที่เพิ่งได้มาวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ไล่ตามชื่อนักเขียน และชุดนิยายด้วยอีกประการหนึ่ง “ฉันชอบคนสูง ๆ ก็จริง แต่...ไม่คล้ำขนาดนี้นะ แล้วถ้าดูร่าเริงกว่านี้หน่อยก็คงเยี่ยม คุณหมอดูขรึมไป ไม่ชอบ”

“แหม ขอบคุณ ดีจริงที่คราวนี้ไม่ชอบอะไรตรงกัน”

แทบจะทันทีที่พูดจบประโยค ประตูที่ปิดอยู่ก็เปิดออกอีกครั้ง

“แม่กลับมาแล้ว”

อรดีเดินเข้ามาอย่างหน้าชื่นตาบาน

“ได้หวยเหรอแม่”

“เปล๊า” มารดาตอบ “คุณพยาบาลอยากลองสั่งซื้อแชมพูสมุนไพรไปให้คนที่บ้านใช้ สั่งกันหลายคนเลย เดี๋ยวพรุ่งนี้แม่ต้องฝากให้พ่อหยิบมาแล้ว เอ้อ แล้วก็สบู่สมุนไพรด้วย จะมาแจกให้ลองใช้คนละก้อน”

“อู้หู คุณอรดีใจป้ำอะ”

“แน่นอน ของดีก็อยากเผยแพร่ต่อ” อรดีเดินไปยังโต๊ะ เปิดกระเป๋าสะพายสีสมแปร๊ด หยิบสมุดเล่มเล็กและปากกาขึ้นมาจดยอดสั่งซื้ออย่างตั้งอกตั้งใจ “แม่ก็บอกพวกพยาบาลเขานะว่ายังไม่ได้อย. ยื่นขออยู่ ช่วงนี้เลยลดพิเศษ ถือว่าช่วยกันพัฒนาสูตร”

“คุณป้าทำพวกนี้เองเลยหรือคะ”

“ใช้จ้ะแพน พอดีมีลูกสาวเพื่อนทีเป็นเภสัชช่วยพัฒนาด้วยน่ะ สนใจสบู่ล้างหน้าไหม เนี่ยป้าหยิบติดมาด้วย เอาไปเลย” เธอยื่นสบู่ก้อนเล็กใสที่อัดพิมพ์เป็นรูปดอกไม้ห้ากลีบให้เพื่อนของลูกสาว “ถ้าดีบอกคนอื่นให้ป้าด้วยนะ ไม่ดีมาบอกป้า จะได้ปรับปรุง”

“ค่ะ คุณป้า” อนุตดายกมือไหว้ก่อนรับไว้

“นี่ อ้อย ที่ทำงานเขาว่าไงบ้าง”

“เขาก็ให้ลาตามหมอบอกล่ะ หนึ่งเดือน” อภิชญาตอบ ไมได้บอกแม่ว่าเจ้านายของตัวเองโอดครวญหนักหนาว่าขาดคนทำงานไปแล้ว ต้องลำบากขึ้นเป็นแน่

“เหรอ ลาหนึ่งเดือน” อรดีพยักหน้ารับทราบ “แล้วจะลาออกเลยไหม ? ”

 

 

 

อภิวัฒน์มองเข้าไปในดวงตากลมโต ดำสนิท มีประกายสะท้อนวิบวับ ขนตาสีเข้มกะพือเบา ๆ พลางจ้องอย่างไม่ลดละ อีกฝ่ายเอียงคอน้อย ๆ มองสิ่งตรงหน้าด้วยความสนอกสนใจ

ความเงียบก่อตัว ความอึดอัดบีบคั้นเขาจนแทบไม่กล้าจะกลืนน้ำลาย เขาไม่รู้ว่าเหตุใดตนเองจึงเครียดเช่นนี้

ในดวงตานั้น เขาเห็นสะท้อนภาพคัพเค้กครีมริ้วสีฟ้า ม่วง ชมพู แต่งหน้าด้วยน้ำตาลรูปดาวสีขาว ปากเล็กเผยออ้าเล็กน้อย ลิ้นเรียวลิ้มรสครีมอย่างรวดเร็ว

ก่อนจุ่มทั้งหน้าลงไปบนครีมสด !

ครีมที่เขาอุตส่าห์แต่งสีและบีบให้เป็นรูปทรงสวยงาม เป็นเบ้าโบ๋อย่างกับแอ่งปากปล่องภูเขาไฟ !

 

“ว้าย อึนโฮ อย่าทำอย่างนั้นสิคะลูก ไม่ดีเลยนะคะ”

 

เขาใช้นิ้วดันดั้งแว่นกรอบพลาสติกยี่ห้อดัง ก่อนมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาปลาบปลื้ม

เธอเป็นแฟนของเขา

ปภาพัน...คุณเก๋ที่น่ารักและสดใส เป็นแฟนของเขา

เธอใช้กระดาษชำระเนื้อนุ่มจากในกระเป๋าเช็ดขนของสุนัขพันธุ์ยอร์กเชียร์ เทอร์เรีย ด้วยความระมัดระวัง หลังจากที่มันที่เอาหน้าปักลงไปบนเค้กของเขา เสียงบ่นกระปอดกระแปดนั่นก็ดูน่ารักดี ยิ่งตอนที่เผลอวี้ดขึ้นมา เพราะครีมติดหนวดของหมาเด็กหน้าแก่นั่น ก็...สดใส น่าจะเรียกว่าสดใสได้อยู่

อภิวัฒน์เอนหลัง มองบรรยากาศโดยรอบของร้านที่เขานัดเจอกับปภาพัน เธอบอกว่าให้เขาเข้ามาใจกลางสุขุมวิท เข้าซอยไปอีกไกล กระทั่งเจอพลาซ่าซึ่งเป็นที่รู้จักของคน เนื่องจากยอมให้สุนัขเข้ามาได้ ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีร้านอาหาร มีร้านเสริมสวย และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ นานา ให้คนรักสัตว์ด้วย เขาไม่แปลกใจที่เธอเลือกที่นี่เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายเลี้ยงสุนัขพันธุ์เล็กไว้หลายตัว แถมยังรักเหมือนเป็นลูก

เหมือนลูกคนเลย...

“ขอโทษนะคะคุณเอ อึนโฮไม่น่าทำอย่างนี้เลย” ปภาพันก้มลงดุเจ้าสุนัขกระเป๋าอีกรอบ ที่หนวดสีทองของมันยังมีครีมชมพูติดอยู่ “เสียมารยาทมากเลยนะคะอึนโฮ

“ไม่เป็น...”

“ทีหลังต้องให้คุณแม่บอกก่อนสิคะว่ารับประทานได้ อึนโฮถึงจะรับประทานได้นะคะ”

อ้าว...ไม่ได้ดุเพราะทำเค้กของเขาเจ๊งหรอหรือ

“คุณเอคะ”

“ครับ” ชายหนุ่มมองตาแฟนตอบ

จริง ๆ เขาเห็นแพขนตามากกว่าตาของเธอเสียอีก อ้อ คอนแทคเลนส์สีเทาไซส์ใหญ่ด้วยอีกอย่าง

“คุณเอทำเนื้อเค้กมาแบบที่ไม่ใช้นมสดหรือเปล่าคะ วิปครีมด้วยหรือเปล่าคะ”

อภิวัฒน์มองริมฝีปากทาลิปสีชมพูสดที่เม้มแน่น ราวกับรอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ

“ไม่ได้ใช้นมวัวเลยครับ ใช้นมถั่วเหลืองแทน ผมบดและกรองเองสด ๆ ส่วนวิปครีมใช้สำหรับคนเป็นมังสวิรัติ ทำมาจากถั่วเหลืองเหมือนกัน”

“โอ้ จริงหรือคะ” เธอถอนหายใจอย่างโล่งอก พลางเช็ดหน้าเช็ดตาสุนัขของตนเองต่อ และคุยกับมันไปด้วย

ปภาพันเป็นผู้หญิงที่น่ารัก

ชายหนุ่มเจอกับเธอครั้งแรกในงานเลี้ยงขอบคุณสปอนเซอร์ที่เขาไปแทนมารดา ทั้งสองคนได้ยืนข้าง ๆ กัน เนื่องมาจากเพื่อคนหนึ่งของเขา เป็นแฟนกับเพื่อนสนิทของเธอ ทำให้ทั้งสองกลุ่มมายืนรวมกันไปโดยปริยาย พวกเขาได้คุยหลายสิ่งมากมาย กระทั่งเขาหลุดพูดเรื่องที่ชอบทำขนมออกไป

 

จริงหรือคะ น่ารักจังเลยค่ะ เก๋ว่าผู้ชายทำอาหารได้นี่เท่สุด ๆ ไปเลย

 

ก็อยากจะแก้ว่าจริง ๆ แล้วเขาทำได้แค่ขนมหวาน ขนมอบ แต่ในเมื่อเธอเอ่ยอย่างนั้น เขาก็ปล่อยเลยตามเลยไป เพราะมันไม่บ่อยนักหรอก ที่ผู้หญิงจะไม่หัวเราะผู้ชายซึ่งมีงานอดิเรกในการทำขนมอย่างจริงจัง ถึงพวกเธอจะบอกกันว่าชอบผู้ชายทำอาหาร แต่นั่นคงเป็นอาหารคคาว ใส่ชุดเชฟกันเท่ ๆ ใครมันจะมาใส่ใจพาติซิเย่ร์*มือสมัครเล่นแบบนี้

แต่ปภาพันสนใจและเหมือนจะนิยม

พกวเขาจึงติดต่อกันเรื่อยมา ได้คุยกันหลายเรื่อง ได้ทราบว่าเคยอยู่หมู่บ้านเดียวกันเมื่อนานมาแล้ว ได้รู้ว่าเธอเคยเล่นปิงปองเป็นงานอดิเรกในวัยเด็ก แถมยังเป็นสมาชิกสโมสรหมู่บ้านเสียด้วย ทว่านอกจากนั้น เธอจำรายละเอียดไม่ค่อยได้

แต่แค่นี้เขาก็รู้สึกว่ามันเป็นพรหมลิขิต อภิวัฒน์จึงขอเธอเป็นแฟน และเธอก็ตอบตกลงได้ราวสัปดาห์กว่า ๆ แล้ว

“อึนโฮ อึนโฮเด็กดี ขอบคุณเอฮยอง*สิครับ” เธอจับสองขาหน้ามันให้ไหว้ปะหลก ๆ เหมือนกับกำลังขอบคุณ “ถ้าไม่ได้เอฮยองทำเค้กมาให้ อึนโฮครับก็ไม่ได้กินเค้กนะครับ”

หือ

เดี๋ยว...ปภาพันว่ายังไงนะ

“คุณเอทราบใช่ไหมคะว่า นมวัวเป็นพิษกับน้องหมา เพราะว่าไม่มีเอนไซม์ย่อย”

ไอ้แต้ม สุนัขข้างถนนที่ย้ายตัวเองมาเป็นสัตว์เลี้ยงบ้านเขา ชอบมาร้องงื้ด ๆ รบเร้าให้แม่บ้านเปิดนมกล่องรสจืดให้กินทุกเช้า ตั้งแต่ตอนมันอายุสามเดือน จนตอนนี้ก็จะสิบปีแล้ว

นี่เขาวางยาพิษมันมาโดยตลอดรึ

คุณพระ...

“เนี่ยแหละค่ะ เพราะว่าน้องหมารับประทานนมไม่ได้ เก๋ เลยให้คุณเอลองทำแบบใส่นมถั่วเหลืองมาไงคะ คุณเอใจดีจังเลยค่ะ”

เธอยิ้มกว้าง ก่อนเม้มปากและหันไปจูบหัวสุนัขที่นั่งอยู่บนตัก และตนใช้แขนเหน็บอกมีนไว้

“คุณเก๋ครับ”

“คะ”

เขารวบรวมความกล้า ก่อนเอ่ยออกไป “คุณเก๋จะลองชิมไหมครับ ยังมีอีกสามชิ้น”

“อุ๊ย ขอบคุณค่ะคุณเอ แต่ตอนนี้มันจะหกโมงเย็นแล้วนะคะ เก๋ไม่รับประทานทานอาหารเย็นนอกจากเมนูผักและปลา เมื่อครู่นี้เราก็รับประทานข้าวเย็นไปแล้ว ให้ต่อด้วยเค้กอีกเก๋คงจะรับไม่ไหวน่ะค่ะ”

“อา...ครับ ไม่เป็นไรครับคุณเก๋”

อภิวัฒน์เก็บเค้กเข้ากล่องที่เขาแพ็คมาอย่างดี เขาไม่ได้เผื่อว่าจะต้องหอบมันกลับ จึงไม่ได้ใช้กล่องที่ควบคุมอุณหภูมิได้ ตอนนี้เขาหวั่นใจ ว่าครีมที่แต่งหน้าอยู่นั้นจะละลายเยิ้ม จนไม่เหลือให้เห็นว่าเป็นริ้วสวยมาก่อน

“อุ๊ย อึนโฮ ใจเย็น ๆ ค่ะลูก ค่อย ๆ รับประทานนะคะ” เธอฉีกกระดาษห่อออก บรรจงใช้มีดและส้อมตัดเค้กเป็นชิ้นเล็ก ๆ เขี่ยให้สุนัขกิน ซึ่งมันก็กินอย่างตั้งอกตั้งใจ และดูจะมีความสุขมาก

“เอ่อ ให้อึนโฮอีกสักชิ้นไหมครับ”

“เยอะไปก็ไม่ดีหรอกค่ะคุณเอ” เธอตอบทันทีด้วยเสียงแหลมเล็ก “อึนโฮเป็นน้องหมาตัวเล็ก ต้องระวังเรื่องน้ำหนักค่ะ อย่างเค้กนี่ รับประทานได้อย่างมากสัปดาห์ละชิ้น มากกว่านี้ไม่ไหวหรอกค่ะ เดี๋ยวป่วยไป ยังไงต้องขอบคุณคุณเอมากเลยนะคะ ที่ทำเค้กอร่อย ๆ มาให้อึนโฮรับประทาน แหมคุณเอนี่เก่งจังเลย ถ้าอีกหน่อยทำเป็นเค้กไดเอทได้ก็ดีน่ะสิคะ”

“คุณเก๋ชอบรสอะไรครับ”

“เก๋รับอะไรก็ได้ค่ะ แต่ว่าอึนโฮชอบแครอทค่ะ”

ครับ...อึนโฮชอบแครอท

เขาคิดและจำไว้ในใจ

อภิวัฒน์ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนเอนหลัง มองแฟนสาวที่ยังเล่นกับสุนัขตัวโปรดต่อไป

เอาวะ อย่างน้อยก็ทำเค้กมาแล้วมีใครกิน

 

จบบทที่ 5

 

*Caffe Latte/Caffe Au Lait กาแฟสดที่มีส่วนผสมของเอสเพรสโซ(กาแฟเข้มข้น) 1 ช็อต และเติมนมจนเต็มถ้วย

*Caffe Macchiato กาแฟสดที่มีส่วนผสมของเอสเพรสโซ 1 ช็อต และเติมฟองนม

*Caffe Mocca กาแฟสดที่มีส่วนผสมของเอสเพรสโซ 1 ช็อต น้ำเชื่อมช็อคโกแลต และนม

* Pâtissier เชฟที่ทำขนมแนว Pastry หรือขนมหวานอื่น ๆ

*형 (Hyung)

 

 
เดี๋ยวมาตอบเมนต์ฮะ

Comment

Comment:

Tweet

คุณเก๋เก๋นางเยอะมาก สงสารไอ้เอ แต่ก็อยากให้อ้อยคู่กับหมอช้างอยู่ดีค่ะ อิอิ question

#5 By S.Sasi on 2013-05-22 01:28

เจอแบบคุณเก๋ ก็ไม่ไหวนะไอ้เอ รักหมาน่ะก็เข้าใจอยู่หรอก แต่นี่มันมากไปอ๊ะเป่าหว่า

#4 By EkibZa (103.7.57.18|58.11.250.3) on 2013-05-15 22:05

มาลงชื่ออ่านค่าาาาา
ว้าวๆ เอฮยองทำเค้กซะด้วย แอบ....บอกไม่ถูกกับคุณเก๋นิดนึง ชักอยากบอกให้เอวิ่งกลับไปหาอ้อยเถอะ แต่ชอบแม่อรมากค่าาา ร่าเริงดีแท้open-mounthed smile

#3 By Everine on 2013-05-15 21:21

ติดตามอยู่นะค้าา อยากรู้จริงๆว่าคู่นี้จะลงเอยกันหรือไม่ อย่างไร อิอิ

#2 By [ Sai ];charot on 2013-05-12 22:36

ยังไม่ทันได้จีบได้เป็นแฟนกัน ไอ้อ้อยให้หมอช้างเห็นไส้เห็นพุงซะแว๊ว ฮี่ฮี่

#1 By EkibZa (103.7.57.18|58.11.198.99) on 2013-05-11 23:33