แต่งกับผียังดีกว่าแก
 
 
 

บทที่ 7

 

อภิชญารู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ผิดที่ผิดทาง

เธอมองสถานที่ทำงานชั่วคราวของตนเองซึ่งได้เริ่มใช้ชีวิตมากว่าสัปดาห์ ด้วยความแปลกแยกที่อัดแน่นในอก

ที่ที่หญิงสาวเคยอยู่เป็นกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์รายวัน ทุกอย่างคือความเคลื่อนไหว รก ยุ่งเหยิง และข้อมูลข่าวสารที่ไหลไปมา  ทั้งในรูปของภาพ ตัวอักษรหรือแม้กระทั่งเสียง เธอรักสิ่งเหล่านั้น รักพลังงานที่ไหลวนอยู่ในห้องใหญ่ ที่แบ่งซอยด้วยพาร์ทิชั่น แต่หน้าที่การงานของทุกคนถูกแบ่งด้วยคำว่า ‘โต๊ะข่าว’

อภิชญาเป็นนักข่าวสายอาชญากรรมของหนังสือพิมพ์ รถกระบะของเธอมีเครื่องส่งวิทยุไว้เพื่อติดต่อกับตำรวจ และสายข่าวจากโรงพักต่าง ๆ  เธอพร้อมที่จะพุ่งออกจากออฟฟิศหรือแม้กระทั่งคอนโดมิเนียมเพื่อไปทำงาน ขับรถกลางดึก ขับรถตอนเช้ามืด เรียกได้ว่าอะดรีนาลีนพลุ่งพล่าน

แต่ตอนนี้ชีวิตมันสงบนิ่งเหมือนตั้งน้ำจะต้มมาม่าแต่น่าเศร้าที่แก๊สหมด

เธอนั่งอยู่ในตึกเดิม เพียงแต่เปลี่ยนชั้น เปลี่ยนโต๊ะ

พูดง่าย ๆ ว่าเธอเปลี่ยนงานมาอยู่ในกองบรรณาธิการนิตยสารผู้หญิงและสังคมชั้นสูง เป็นนิตยสารที่ลงข่าวเกี่ยวกับแวดวงสังคม แฟชั่นแบรนด์ต่างประเทศ เครื่องประดับราคาแพง

อภิชญาไม่ได้ลาออกจากงานที่ทำงานเก่า หากเป็นการเจรจาโดยเกือบ ๆ จะสันติของเธอและครอบครัว ทุกคนอยากให้พ้นจากสภาพการเป็นนักข่าวสายอาชญากรรม แต่เธอไม่พร้อม ไม่ยินดีและไม่ยินยอม แต่ถึงกระนั้นหญิงสาวย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจว่าที่ทุกคนคาดคั้นให้ตนเองเลิกงานนี้ เป็นเพราะเหตุที่เพิ่งเกิดขึ้น อันเป็นสาเหตุให้บาดเจ็บเข้าโรงพยาบาล และต้องพักงานอยู่เดือนเศษ

เจ้านายของเธอเมื่อทราบเรื่องก็หาทางช่วยเหลือเป็นอย่างดี

เขาแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการให้เธอมา ‘ช่วย’ ในตำแหน่งช่างภาพของกองบรรณาธิการนิตยสารผู้หญิง เนื่องมาจากช่างภาพประจำได้สะสมวันลาไว้เพื่อลาก่อนคลอดเกือบหนึ่งเดือน และได้สิทธิ์ลาพักหลังคลอดอีกสามเดือน ทำให้ช่างภาพในกองนี้ลดจำนวนลงไป ผู้เป็นบรรณาธิการเอ่ยอย่างแน่วแน่ในที่ประชุม ว่าจะไม่มีทางให้ตากล้องชายมาช่วยงานนี้ ประจวบเหมาะกับที่อภิชญาว่าง และเธอสนิทสนมกับบรรณาธิการท่านนั้นเป็นการส่วนตัวพอดี เลยลงล็อค

แน่นอนว่างานที่เธอทำไม่ใช่ตากล้องแฟชั่น เธอไม่ได้มีความสามารถเฉพาะทางขนาดนั้น หากเป็นตากล้องติดตามคอลัมนิสต์เวลาอีกฝ่ายไปถ่ายภาพตามงานอีเวนท์ต่าง ๆ  เจอลูกท่านหลานเธอ นักธุรกิจ คนดัง ดารา หรือที่เรียกรวม ๆ กันว่า ‘เซเล็บ’* มันเป็นงานที่เธอไม่คุ้นเคย ยิ่งเวลามองผ่านวิวไฟน์เดอร์กล้องแล้วเห็นคนยิ้มมาให้ มันทำให้เธอรู้สึกประหลาด

เพราะปกติศพไม่ยิ้ม

โอเค คนร้ายบางรายที่โดนตำรวจจับอาจจะยิ้มบ้างเล็กน้อย แต่ก็ไม่บ่อยนัก ไม่บ่อยเท่าตำรวจ

‘ลองทำไปก่อนใช่ไหมพี่ อย่างน้อยจะได้บอกที่บ้านว่าไม่ชอบ ไม่ไหว’

‘ทนหน่อยก็แล้วกัน’ เจ้านายเธอตอบ

ถูกต้องแล้ว...ทั้งหมดมันคือแผนระยะยาวที่จะทำให้ครอบครัวปลงตกเรื่องอาชีพของเธอได้สักที มันเป็นการลงทุนที่ต้องลงแรงเยอะ เหนื่อย เพลีย ไม่คุ้นเคยกับสภาพที่เป็นอยู่ แต่เมื่อคิดถึงผลภายภาคหน้า มันต้องคุ้ม...เธอคาดหวังไว้

“ออยจ๋า ออยว่างอยู่ปะค้า พี่วีณ่ามีเรื่องจะให้ช่วยหน่อย”

เธอเงยหน้ามองหญิงวัยกลางคนที่เกาะขอบพาร์ทิชั่นโต๊ะทำงานของเธออยู่

ปวีณาเป็นบรรณาธิการนิตยสารไฮโซที่ก่อร่างสร้างบริษัทมา แม้ในตอนนี้จะมีหัวหนังสือผู้หญิงหลายเล่ม แตกออกมาเพื่อจับกลุ่มเป้าหมายที่ต่างออกไป แต่ปวีณาก็ยังได้รับความเคารพนับถือ ในฐานะบรรณาธิการอาวุโสท่านหนึ่ง ที่มีข่าวแว่วว่าเธอเคยได้รับข้อเสนอในการก้าวขึ้นไปสู่ตำแหน่งฝ่ายบริหารของสำนักพิมพ์ ทว่าปวีณาปฏิเสธ ด้วยเหตุผลง่าย ๆ คือตนเองมีความสุขกับการทำงานหนังสือ มากกว่าแค่บริหารหนังสือ

“พี่วีณ่าอยากให้น้องออยไปช่วยถ่ายงานการกุศลอาทิตย์หน้าน่ะค่ะ”

“ได้อยู่แล้วค่ะพี่วีณ่า”

“ว้าย น่าร้าก มีค่าล่วงเวลาและออกนอกสถานที่ให้แน่ ๆ ค่ะ” เธอฉีกยิ้มกว้างด้วยริมฝีปากทาลิปสีชมพูอมม่วงนีออนโกลว์ ก่อนสะบัดผมบ็อบเทย้อมสีน้ำตาลอมม่วงอมแดงมะฮอกกานีเสียทีหนึ่ง

“แต่น้องออยคะ คือ เพราะว่ามันเป็นงานราตรี อาจจะต้องให้น้องออยแต่งตัวเรียบร้อยหน่อย...”

“ไม่ใช่ชุดราตรีนะคะ...”

ทั้งสองคนจ้องตากัน ตกอยู่ในห้วง ‘เดดแอร์’ หลายวินาที

“ไม่ค่ะลูก ไม่ค่ะ แค่เบลเซอร์ทับ หรือว่าสูทกับรองเท้าแฟลต*งาม ๆ ก็ดีค่ะ ใส่เป็นฮีล* พี่กลัวน้องออยจะสะดุดหัวทิ่มตายเสียก่อน ต้องวิ่งถ่ายรูปหนักหน่วงขนาดนั้น”

“ได้ค่ะพี่”

“แล้วมีอะไรขาดเหลือบอกพี่ได้นะคะ เดี๋ยวพี่จะจัดการให้เลย ใช้กล้องกี่ตัว เลนส์ แฟลชยังไงบอกได้เลยนะคะ เอ่อ...อ้อยใช้แฟลชเป็นใช่ไหมคะ” เธอเอ่ยอย่างไม่มั่นใจ และดูมีท่าทีเกรงใจหลังเอ่ยไป “คือพี่เคยให้คนไปถ่ายน่ะค่ะ ถามว่าใช้แฟลชเป็นไหม เขาบอกเป็น แต่ว่า...”

“แต่ว่า...” อภิชญาสนอกสนใจ

“เล่นยิงแฟลชตรงเลยค่ะ เห็นเงาข้างที่ฉากหลังเป็นปื้น อย่างกับมีกรรมเก่าตามมายังไงยังงั้น”

หญิงสาวพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่หลุดหัวเราะเสียงดัง ก่อนตอบ “ได้ค่ะพี่วีณ่า ออยใช้แฟลชเก่งกว่านั้นแน่ ๆ อย่างน้อยออยก็บาวซน์แสงแฟลชกับเพดานเป็นค่ะ”

“โล่งใจไปที” เธอยกมือทาบอก “เดี๋ยวพี่วีณ่าจะเมลรายละเอียดงาน แล้วก็แขกสำคัญ ๆ ที่ได้รับเชิญไปให้นะคะ ออยจะได้จำหน้าไว้ แล้วก็ถ่ายรูปได้ แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ งานนี้พี่ไปด้วย ไปไหนเราเดินไปด้วยกัน ชิล ๆ ค่า”

อภิชญายิ้มแทนคำตอบ

“เอ้อ แต่ว่าอาทิตย์ต้นเดือนหน้า วันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ จะมีทริปการกุศล หาเงินเพื่อศูนย์อนุรักษ์สัตว์ป่าและพันธุ์พืชนะคะน้องออย”

“ต้นเดือนหน้านะคะ...” เธอจดลงสมุด “ได้ค่ะพี่ โรงแรมไหนคะ”

“เปล๊า ไม่ใช่โรงแรมค่า เราจะเข้าป่ากัน มีส่องสัตว์ด้วยนะคะ โอ๊ย น่าตื่นเต้นมั่ก ๆ ทริปมีแต่พวกผู้หญิงค่ะ เลยคิดว่าพาตากล้องหญิงไปคงจะดีกว่า”

พาผู้หญิงเข้าป่า... ค่ะ ดีค่ะ ป่าแตกแน่

“ได้ค่ะพี่ เดี๋ยวก็เมลมาให้ออยด้วยเลยนะคะ”

“น่ารักที่สุดอะ เบี้ยเลี้ยงกับค่าออกนอกสถานที่ พี่จัดให้ค่า มีตากล้องหญิงก็ดีงี้ พูดจากันรู้เรื่องหน่อย”

อภิชญายิ้มแห้ง ไม่อยากจะบอกว่าเธอไม่ค่อยแน่ใจเรื่องหลังสักเท่าไรนัก

ปวีณาเดินกลับไปยังห้องทำงานของตนเอง ส่วนอภิชญาเลื่อนนิ้วสครอลเมาส์อ่านประวัติของบรรดาคนในแวดวงสังคมต่อ การเปลี่ยนมาทำงานอีกอย่างหนึ่งที่ไม่เคยคุ้นทำให้เธอต้องเรียนรู้อะไรมากมาย จะว่าทุกข์ใจก็คงไม่ถูก เพราะบางครั้งสายงานนี้ก็ทำให้เธอได้ไปกินเลี้ยงกับปวีณาบ่อย ๆ บ้างก็ต้องไปเป็นตากล้องให้คอลัมนิสต์รีวิวอาหาร ซึ่งด้วยเป้าหมายของนิตยสารหัวนี้คือกล่มคนมั่งมี ฉะนั้นเมื่อได้ไปทำงาน จึงได้ไปที่ร้านดัง ย่านหรูบ่อยครั้ง

จะว่ากำไรก็ใช่

หญิงสาวมองกล่องโนติฟิเคชั่นเล็ก ๆ ทางมุมขวาล่างของจอ ซึ่งแจ้งเตือนว่ามีอีเมลใหม่เข้ามา ไม่ใช่เมลภายในบริษัท แต่มาจากอนุตดา เพื่อนัดหมายเรื่องที่จะไปทานข้าวด้วยกันสุดสัปดาห์นี้ อภิชญาอ่านเพียงครู่ ก่อนตอบตกลงไปในทันที

พุดถึงเพื่อนสนิทแล้วก็ปวดหัว

เพราะอนุตดาเพิ่งหนีไปเที่ยวคนเดียว(อีกแล้ว) แถมยังไปไกลถึงฝรั่งเศส แล้วยังมีหน้ามาเขียนบล็อกว่าไปพบกับหนุ่มไทยเชื้อสายจีนสุดหล่อชาติตระกูลเกือบสูงลิ่ว และรวยเหลือกินเหลือใช้ แถมยังใช้กล้องยี่ห้อเดียวกัน พาให้เพื่อน ๆ และคนรู้จักพากันกรีดร้องโหยหวนอิจฉากันเป็นแถบ ๆ ก่อนเฉลยว่าล้อเล่น และดำรงสัมพันธภาพเป็นเพื่อน พี่-น้อง เท่านั้น

คนที่หัวใจจะวายที่สุดน่ะคือเธอ

เพราะก่อนหน้าที่เธอจะมาเริ่มทำงานในกองบรรณาธิการใหม่ หลังจากรู้ความจริงว่าเพื่อนจะไปฝรั่งเศสคนเดียว เธอ อนุตดา และอภิวัฒน์ โดนแม่ของเธอเองบังคับให้ไปเช็คดวงกับหมอต๋อง แม่น นอนมา คนเดิมที่เคยทำนายว่าตนและอภิวัฒน์จะเกี่ยวดองกัน

ทันทีที่เห็นหน้า หมอต๋องว่างานของเธอจะทำให้เธอพบกับสิ่งใหม่ ๆ

แน่สิ ถ้าเธอไม่ได้ทำงานสายอาชญากร